คงทราบกันเป็นระเบียบแล้วว่า จอห์น เทอร์ปรี่ จะแปลงเป็น ''อดีตกาล'' สำหรับสมาพันธ์เชลซีตั้งแต่แมื่อเริ่มต้นฤดู 2017-18 เป็นต้นไป กระนั้นปริศนาที่ตามมาคือ (ว่าที่) อดีตกาลกัปตันสิงโตสีน้ำเงินครามจะย้ายไปไหนดีล่ะ? ความจริง "เจครั้ง" คงจะอำลารั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ ไปตั้งแต่ตอนสิ้นสุดซีซั่นที่แล้ว ก่อนได้ยืดอายุใช้งานเพิ่มเติมอีกปีโดยนายใหม่อย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ ที่สุดทุกๆอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่คาดเอาไว้ เทอร์ปรี่ ได้ลงสนามเพียงแค่ 5 นัดหมายแค่นั้นในพรีเมียร์ลีกฤดูเดี๋ยวนี้ รวมทั้งเมื่อยังเหลือความอยากอยากในวัย 36 ก็ต้องหาที่ลงกับสังกัดเดิมใหม่ อ็อปชั่นที่ดูเข้าท่าเหมือนจะมีอยู่ 6 ทางร่วมกัน "ไชนีส ซูเปอร์ลีก" แปลงเป็นชื่อแรกๆที่ติดหัวติดตาคอบอลทุกคนไปโดยปริยายเมื่อมีข่าวคราวย้ายขึ้นตรงต่อ เทอร์ปรี่ ก็ด้วยเหมือนกัน ทางการเมืองจีนมานะพยายามทุกวิธีการเพื่อสร้างตัวเป็นขั้วอำนาจลูกหนัง เกมกีฬาเดียวก็ว่าถึงที่เหมาะพวกเขายังอ่อนด้อยในเวทีระดับโลก ด้วยเหตุนี้จำนวนเงินมากมายจึงหลั่งไหลอยู่ในลีกพวกเขา ไม่ใช่เพียงแค่ดึงนักเตะบันปลายอาชีพมาเรียกกระแส ถ้าแต่ยังสามารถดึงตัวท็อปในช่วงวัยพีคๆมาได้หลายต่อหลายรายแล้ว คาร์ลอส เตเวซ, เอเซเกล ลาเวซซี่, ฮัล์ค คือตัวอย่างเรียกน้ำย่อย แต่ละคนฟันค่าแรงติดอันดับต้นๆและไม่ต้องสงสัยว่าอดีตกาลเซนเตอร์แบ็กทีมชาติอังกฤษก็มีสิทธิ์สะกดรอย ที่ผ่านมาบรรดาทีมเงินถังแดนมังกรเน้นย้ำเซ็นสัญญาเสริมกองทัพไปกับผู้เล่นตัวรุกหรือกองกลาง การมาของ เทอร์ปรี่ จึงถือว่าเปิดตลาดใหม่ให้กองหลังบิ๊กเนมย้ายผ่านทวีปตามมา เหนือสิ่งอื่นใด สมาพันธ์ไหนได้ลายเซ็นเจครั้งไปก็ตระเตรียมคอยรับรายได้เพิ่มทั้งจากการขายเสื้อ, ประชาสัมพันธ์ รวมทั้งช่องทางลงทุนต่างๆอีกมากมายด้วย! ทีมที่เข้าข่ายน่าสนใจสุดคงต้องเป็น เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ภายใต้บังเหียนของ อันเดร วิลลาช-โบอาช อดีตกาลนายจ้าง รวมทั้งมี ออสการ์ เพื่อนร่วมทีมเก่าขึ้นตรงต่ออยู่ก่อนอีกต่างหาก อย่างไรก็ดี มันมีข้อขัดข้องอยู่ตรงกฎของซูเปอร์ลีกบังคับให้ใช้งานนักเตะฝรั่งได้เพียงแค่ 3 คนในแต่ละแมตช์ (เป็นเหตุผลที่ซื้อกันแต่มิดฟิลด์-กองหน้า) เลยจำต้องรับประกันให้ได้ว่าย้ายไปแล้วการันตีตัวจริง ผ่านน้ำผ่านสมุทรไปยังอีกซีกโลกมี "เมเจอร์ลีก" รออยู่ในนามแลนด์มาร์กยอดฮิตสำหรับหน้าแข้งสูงอายุแดนผู้ดี เดวิด เบ็คหมูแฮม คือผู้นำเทรนด์ ย้ายจากเรอัล มาดริดมาเข้ากลุ่มแอลเอ แกแล็กซี่ เมื่อทศวรรษที่แล้ว ตามสมทบด้วย สตีเว่น พบร์ราร์ด รวมทั้ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซึ่งต่างก็เพิ่งทยอยกันแขวนสตั๊ด ลีกมะกันตอบปัญหาค่าแรงของ เจครั้ง ได้ไม่มีปัญหา ตามกฎ "ดีซิกข์เนเต็ด เพลเยอร์" อนุญาตให้มีนักเตะค่าแรงเกินเพดานทีมละ 2 คน ไหนจะประเด็นไลฟ์สไตล์ สีสันนอกสนาม เทียบมุมไหนดีแล้วกว่าไปเมืองจีน ในตอนนี้ มีอยู่ 3 ทีมที่เหลือช่องว่างรองรับ ดังเช่นว่า โคโลราโด ราปิดส์, ฮุสตัน ไดนาโม รวมทั้ง ฟิลาเดลเฟีย ยูเนี่ยน ก็เป็นได้เช่นกันที่จะย้ายมาขุดทองคำสะกดรอยอดีตกาลเพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษ ก่อนประกาศแขวนเกือกในอนาตอันใกล้ ครั้งคราว "เซเรีย อา" ก็นับเป็นจุดมุ่งหมายที่น่าสนใจพอได้ ตามทรงบอลซึ่งว่ากันว่า "ช้า"[…]

ถึงนาต่อนี้ไป ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งนั้น 26 ประตู จากการลงเล่นทั้งผอง 41 นัดหมายในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นการถล่มตาข่ายในพรีเมียร์ลีก 15 ประตู อืมมมมม…ทำลายตาข่ายเสียจนกระทั่งหมดสิ้นขนาดนี้ ถือว่าเยอะแยะสำหรับกองหน้าที่แก่ 35 ขวบเข้าให้แล้ว ก่อนเปิดฤดู ดาวยิงวัยชราผู้นี้ถูกสบประมาทจากนักวิจารณ์ลูกหนังระดับโปรไลเซ่นว่าจะเจอกับความลำบากที่สุดในอาชีพการค้าแข้ง เพราะที่นี่เป็นพรีเมียร์ลีก – สนามรบแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วและก็หนักหน่วงบนอัตราความฮาร์ดคอร์มากที่สุดในเมืองมนุษย์ ปัจจุบันนี้ผู้ใดก็ช่างที่เคยกล่าวหาเขาเอาไว้ดูเหมือนกับว่าโดนสตั๊ดของ "อิบรา" ยัดปากไปเป็นที่เป็นระเบียบ ต่อนี้ไปทดลองคิดเล่นๆ(ย้ำว่าคิดเล่นๆครับ) โดยเอาผลจากการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูนี้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำประตูหลักๆมาหักปริมาณประตูที่เขายิงได้ในแมตช์นั้นออกไป ทำนองว่าถ้าหาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ยิงประตูสำคัญในเกมที่เขายิงได้ ผลจากการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาเป็นยังไงนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเสมอ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) เสมอ สวอนซี 1-1 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1) แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (ยิง 1 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1) เสมอ เวสต์บรอมฯ 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เห็นไหมครับผมว่าถ้าหากพี่แกไม่ยิงหรือยิงมิได้ คะแนนของทีมสีแดงที่แมนเชสเตอร์จะหายวับไปกับตาถึง 10 แต้มเลยทีเดียว! ส่วนนัดหมายชิง อีเอฟแอล คัพ ที่อดีตดาวยิงทีมชาติสวีเดนทำคนเดียว 2 ดอก แม้กระนั้นถ้าหากพี่แกยิงมิได้ แมนฯ ยูไนเต้ด ก็จะแพ้ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 1-2 และก็ชวดแชมป์ไปเลยนี่เป็นความสำคัญของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เขาเป็นผู้เล่นประเภทห้ามป่วยไข้[…]