แล้วสิ่งที่ชาวหงส์หวาดสะดุ้งก็ยังคงเกาะกัดความรู้สึก ทีมที่ได้ชื่อว่าเป็น ''แชมเปี้ยน'' ในกลุ่มท็อปเซเว่นโดยไม่เคยแพ้เลย ก็ยังมักต้องตกอยู่ใต้เครื่องหมายคำถามว่าเพราะเหตุไรถึงเร่งสปีดไม่ขึ้นประจำยามปะทะทีมกลุ่มด้านล่างของตาราง มันไม่ใช่ครั้งแรก ครั้งสอง ครั้งสาม แต่ว่ามันหลายครั้งมากๆมีเสียงโห่เล็กๆถึง จอร์แดน ไอบ์ (What?) มีเสียงสรรเสริญถึง ดิว็อค โอริกี้ โดยพลันที่พุ่งชนจ่อๆให้ลิเวอร์พูลแซงนำ มีเสียงบ่นหนักแน่นถึงแท็กติกของ พบร คล็อปป์ อีกครั้ง ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเหตุผลสำคัญเลยที่ทำให้เกมจบด้วยการเสมอ โยนความมีชัยทิ้งที่แอนฟิลด์
''คูติเตียนนโญ่ป่วยไข้ตอนพักครึ่ง ผมเลยต้องเปลี่ยนแปลงออก มันเกิดเรื่องที่จำเป็นต้องทำ'' ชายผู้สวมแว่นสายตาทรงกลมตอบเรื่องที่น่าสงสัย แต่กระนั้นก็ยังมีคนไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุไรต้อง โฌแอล มาติเตียนป เพราะเหตุไรต้องปรับมาตึงเกมรับด้วยสามเซนเตอร์ฮาล์ฟ เพราะเหตุไรไม่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ เบน วู้ดเบิร์น หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ นี่บอร์นมัธ ไม่ใช่บาร์เซโลน่า…
''โอเค ผมเพียงแค่เห็นว่าบอร์นมัธมีกองหน้าสองคนที่มีความเร็ว ตอนที่ แดเนียล (สเตอร์ริดจ์) เพิ่งหายมาอาจจะยังไม่เหมาะกับเกมประเภทนี้ ผมเลยเลือกแท็กติกอย่างงั้น'' ฟังแล้ว ตกผลึกแบบเดียวกันมั้ย
1. การที่เปลี่ยนแปลงมาใช้ข้างหลังสามด้วยการถอดนักเตะที่ฝากความหวังได้มากสุดออกตั้งแต่นาที 65 ซึ่งเวลาที่เหลือขนาดนั้นอย่างไรก็นำพาการเสี่ยงที่จะเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่งเมื่อใคร่ครวญจากความเหนียวแน่นของเกมรับลิเวอร์พูลก่อนหน้าที่ผ่านมา
2. ถ้าเกิดสเตอร์ริดจ์ไม่เหมาะกับ ''เกมแบบนี้'' ก็ไม่สมควรใส่ชื่อเอาไว้ด้วยทุกประการ เพราะเหตุว่ามันราวกับทำข้อสอบแล้วจำไม่ได้ก็วงเดามั่วๆไป
3. ตอนที่โดน 2-2 ถึงท้ายเกมแต่ทว่าเวลาก็ยังพอเพียงคงเหลือรวมทดเจ็บก็อย่างน้อย 7 นาที เพราะเหตุไรครับผม เขาถึงอาจจะนิ่งที่จะปรับแต่งสถานการณ์ มีสิ่งใดดลใจให้มั่นใจว่าผู้เล่นที่อยู่ในสนามจะสามารถพังประตูที่สามได้
ซีซั่นนี้นอกเหนือจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแล้ว สังเวียนของทีมท็อปเซเว่นก็ล้วนทำให้กองเชียร์บอร์นมัธเดินทางกลับไปอยู่ที่บ้านที่แดนใต้ด้วยความชอกช้ำระกำใจมาตลอด แพ้ 4-0 ที่เอติเตียนฮัด, 3-1 ที่เอมิเรตส์, 3-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และ 6-3 ที่เราดิสัน พาร์ค ฉะนั้นแล้วด้วยประการทั้งปวง ลิเวอร์พูลควรเก็บสามแต้มให้ได้กับ ''เกมแบบนี้'' การบาดเจ็บของ ซาดิโอ มาเน่ มีผลเสียแน่นอนฤดูนี้พวกเขาไม่เคยกำชัยได้เลยยามไม่มีสตาร์คนเก่งทีมชาติเซเนกัล (เสมอ 2 แพ้ 2) แต่กระนั้นด้วยทรงของเกมอย่างคืนวันพุธ ด้วยความที่ครึ่งหลังลงมาเร่งเครื่องจนกระทั่งบดออกนำไปเป็นระเบียบ ถ้าเกิดรักษาสกอร์มิได้ ก็ต้องกระหน่ำเพิ่ม แต่ทว่าชมรมสีแดงแห่งเมอร์ซี่ย์ไซด์ทำมิได้สักอย่าง อีกอย่างหนึ่งการสันนิษฐานว่าทีมของคล็อปป์มักแพ้ทางพวกมาอุด แต่ว่านี่ไม่ใช่ บอร์นมัธภายใต้ผู้ฝึกสอนวัยรุ่น เอ็ดดี้ อาว มาแอนฟิลด์ด้วยการวางระบบ 4-4-2 มี โจชัว คิง กับ เบนิค อโฟเบ้ ยืนหัวหอก พวกเขาบากบั่นเซตเกมรุกบนพื้นสู้ แม้อาจมีบ้างที่รอคอยคว้าข้อผิดพลาดเข้าจู่โจมดั่งดังเช่นว่าลูกแรกที่ทำได้ นี่ก็ไม่ใช่หนแรกที่เกิดอะไรแบบนี้
วันเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ก็ถูกทีเด็ด พบร์เมน เดโฟ นาที 84 ต่อมาพลาดท่าติดอยู่รังต่อสวอนซี 2-3 ทั้งที่อุตสาห์ฮึดราวกับกลับมาได้แล้วและแน่ๆที่เดอะ ค็อปอาจจะจำฝังใจก็คือเกมแรกที่เยี่ยมบอร์นมัธต้นธ.ค. ปริศนาเป็นเพราะเหตุไรคุณถึงเก่งจังกับทีมใหญ่ แต่ว่ามักปวกเปียกกับทีมเล็ก???? พวกเขาเอาชนะคู่แข่งขันกลุ่มท็อปเซเว่นได้ถึง 7 เกมจาก 12 แต่ว่าทราบมั้ยครับผมว่าสถิติกับการเผชิญหน้าพวก 8 ทีมด้านล่างของตารางลงไปเป็นอย่างไร 21 แต้มจาก 39 แต้มเต็ม หรือ 21 แต้มจาก 13 นัดหมาย ใช้สมองน้อยๆคำนวณเท่ากับว่ามีถึง ''18 คะแนนที่หายไป''ฤดูนี้แพ้มาหมดแล้วตั้งแต่เบิร์นลี่ย์, บอร์นมัธ, สวอนซี, ฮัลล์ จนกระทั่งเลสเตอร์ สิตี้ ถ้าเกิดพอเพียงพบเชลซี, ท็อตแน่ม, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, แมนฯ ยูไนเต็ด จนกระทั่งเพื่อนพ้องข้างสวน เอฟเวอร์ตัน แทบยกขันหมากเชิญให้รีบมาพบเลยบอลมักมีอะไรแปลกๆเสมอ คล็อปป์ควรเขยื้อนสายตาดูสเปอร์สซึ่งกำลังกดดันเชลซีไม่ลดละ การที่พวกเขาคดโกงความตายมาได้อย่างเมื่อวันพุธ ตอกย้ำว่าเพราะเหตุไรสองปีมานี้ถึงนำพามาตรฐานป้วนเปี้ยนบนหัวตาราง ต่อเข้าข้างซีซั่นก่อนบางทีอาจคลอดลูกสะดุดหัวคะมำก็ตาม พวกเขาแพ้ 3 เกมแค่นั้นให้กับลิเวอร์พูล, เชลซีและแมนฯ ยูไนเต็ดใช่ครับผม คือเรื่องธรรดาที่ทำความเข้าใจกันได้ แต่ทว่าเมื่อถึงแมตช์ที่ต้องชนะก็ชนะ ขุนศึกตราไก่ของ เมาริสิโอ โปเช็ตติเตียนโน่ กวาดไป 32 แต้มจาก 12 เกมยามพบกลุ่ม 8 ทีมข้างล่างของตาราง โดยทำตกหายไปเพียงแค่ 4 แต้ม… ผมเคยเขียนไปก่อนแล้วว่าหากออกทรงนี้ สู้มีผลงานกลางๆก็ได้เมื่อพบทีมใหญ่ แล้วแบ่งอะดรีนาลีนพลุ่งพล่านไปใส่กับทีมที่เหลือ มิฉะนั้นก็ต้องมานั่งบอกเล่าความทุกข์กัน เนื่องจากว่าทีมเล็กมีมากกว่า
จุดต่อมา ซีซั่นนี้พวกเขาเสียประตูจากเซตพีซไป 11 ลูกจากทั้งผอง 39 ? ซึ่งแม้กระทั้งแมนฯ ซิตี้ที่โดนวิภาควิจารณ์เรื่องความอ่อนยวบเกมรับ หรืออาร์เซนอลก็ตาม ยังมีสถิติที่ดีกว่าด้านนี้ นี่นับว่าเป็นอีกสิ่งที่ไม่ว่าใครมาเจอก็มักจะฝึกซ้อมลูกตั้งเตะมาคอยโจมตี เพราะเหตุว่าคล็อปป์นิยมให้สมาชิกคุมโซนมากกว่าเกาะติดคน
ก่อนนี้มีการกางเปรียบผลงานของ เบรนแดน ร็อดพบร์ส กับคล็อปป์ ซึ่งก็เกือบจะไม่ต่างกัน แม้กระนั้นก็มีคนยกหลักสำคัญว่าศักยภาพของทีมวัดกันตรากตรำ เนื่องจากว่าสมัยก่อนมีบ่าสองข้างของ หฝ่าส์ ซัวเรซ ที่แบกภาระทุกสิ่งทุกอย่างของทีม มาถึงยุคนี้แบ่งหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบกระจายมากกว่ายังไงก็แล้วแต่ ลิเวอร์พูลเป็นชมรมที่ผูกติดความสำเร็จเสมอมา

พวกเขาบางทีอาจไม่เคยไปถึงโทรฟี่พรีเมียร์ลีก แต่ว่าก็ทำได้ใกล้เคียงมา 2-3 ครั้งตั้งแต่ยุค ราฟา เบนิเตซ มาถึงร็อดพบร์ส ซึ่งนับว่าเป็นทีมที่มีการนำเสนอแบบอย่างเด่นชัด มีผู้เล่นที่เรียกได้ว่าเป็นตัวพระเอกระดับทวีป
คูติเตียนนโญ่, ฟีร์มีโน่ และมาเน่ ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่ว่ามั่นใจว่าสาวกหงส์เองก็ย่อมประทับใจกับทีมที่มี เฟร์นานโด ตอร, สตีเว่น พบร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ เช่นเดียวกับทีมที่นำโดยหัวหอกฟันเหยินเลขเจ็ด
ซัมเมอร์นี้คล็อปป์ประกาศแล้วว่าซื้อแน่…ผมเอาปริศนาเดียวกันนี้คุยกับเดอะ ค็อปก่อนเกมวันพุธ มีอยู่คนพูดน่าตกใจแบบนี้ครับผม ''ผมต้องการเห็นทีมซื้อ 6 คน พวกเราต้องเปลี่ยนแปลงใหม่และมีผู้เล่นสำรองชดเชย ผู้รักษาประตู เซนเตอร์ฮาล์ฟ แบ็กซ้าย กองกลาง ตัวริมเส้น และกองหน้า''
ความน่าจะเป็นไปได้ที่จะเห็นผู้ฝึกสอนที่ลุ่มหลงเพลงเฮฟวี่ทุ่มยกแผง จ่ายหนักๆก็น่ารู้ว่ามีมากแค่ไหนกัน ต่อมาหากติดตามบทสัมภาษณ์ของเขาตลอดก็น่าจะทายใจจิตใจได้ไม่ยากว่าเขาเองก็ถูกใจต่อทีมที่มีพอควร ฉะนั้นแล้วจังหวะที่จะซื้อกี่คน ใช้งบประมาณเท่าไรก็อาจจะสังกัดว่าท้ายที่สุดจบชั้นเท่าไรในตาราง
โปรแกรมที่เหลือจากนี้อีก 7 เกม : สโต๊ค, เวสต์บรอมวิช, พาเลซ, วัตฟอร์ด, เซาธ์หมูแฮมป์ตัน, เวสต์หมูแฮม และโบโร่
ถ้าเกิดเป็นคอนเต้หรือโปเช็ตติเตียนโน่ก็อาจจะลูบคลำปาก ทว่านี่เป็น ''ของแสลง'' สำหรับลิเวอร์พูลศักราชนี้ แน่ๆก็นับว่าเป็นเจ็ดเกมที่จะชี้ขาดผู้ฝึกสอนอย่างคล็อปป์เหตุว่า หลังจากได้คุมสุดกำลังผ่านมาหนึ่งฤดูควรให้เกรดที่เท่าไรกัน 18 แต้มที่หายไป… จำเป็นต้องอุตริฝันน้ำลายเยิ้มว่าเก็บได้หมดเลย เอาเพียงแค่ครึ่งเดียวหลังจากนั้น เนื่องจากว่าหากทำได้ปัจจุบันนี้ลิเวอร์พูลจะอยู่ที่สองตามหลังจ่าฝูงเชลซีเพียงแต่ 3 แต้ม