About admin

Here are my most recent posts

จำเป็นต้องนับได้ว่าเป็นข่าวดีในขณะฟอร์มห่วยๆของ ลิเวอร์พูล เมื่อ เดกระทั่งถึง ลอฟเรน กำแพงหลังจอมเข้มแข็ง ตัดสินใจขยายสัญญาอยู่คุมแนวรับให้ ''หงส์แดง'' ไปถึงปี 2021 พร้อมออปชั่นขยายได้อีก 1 ปี แน่นอนว่าการสลัดหมึกครั้งนี้เจ้าตัวพร้อมทั้งกายและก็จิตใจที่จะฝากอนาคตของเขาเอาไว้ในถิ่นแอนฟิลด์ และก็มั่นใจว่าทีมชุดนี้จะสร้างประวัติศาสตร์ที่สาวก ''เดอะ ค็อป'' รอคอยมานาน ลอฟเรน อยู่กับ ลิเวอร์พูล มาเป็นฤดูที่สามแล้ว ภายหลังจากเซ็นสัญญาย้ายมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2014 เขาลงเล่นให้ยอดทีม "เดอะ เร้ดส์" ไปแล้ว 105 เกมจากการแข่งขันชิงชัยทุกรายการของสังกัดเดิม และก็ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้ 4 ลูก การที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ มี ลอฟเรน คุมเกมรับอาจจะเกิดเรื่องที่ดียอด เพราะว่านักเตะปรับพฤติกรรมเข้ากับทีมได้แล้ว และก็สามารถยืนเป็นตัวหลักในเกมรับให้ "หงส์แดง" ได้อย่างเข้มแข็ง ที่สำคัญแม้พวกเขามีคู่เซนเตอร์แบ็กที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพอีกซักคน มั่นใจว่าแฟนบอลพันธุ์แท้ "เดอะ เร้ดส์" อาจจะจิตใจชื่นว่าจะไม่เสียประตูกล้วยๆเสมือนตอนที่ผ่านๆมา "ผมคิดว่านี่เป็นวันที่สุดพิเศษสำหรับผม และก็ครอบครัวของผม ผมคิดว่าผมเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกสำหรับวันนี้ นี่เป็นอีกหนึ่งความฝันที่เป็นจริง มันเป็นความฝันของผมเสมอที่ได้อยู่กับซักสมาคมให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ผมรักสมาคมที่นี้ ผมรักลิเวอร์พูล" "หลังจากที่ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นในช่วงต้น ต่อมาอีก 2 ฤดูต่อไปผมคิดว่าผมทำผลงานเจริญกว่าในซีซั่นแรก สมาคมให้รางวัลกับผม พวกเขาเชื่อมั่นในตัวผม และก็แฟนบอลก็ด้วยเหมือนกัน นี่เป็นสิ่งที่ผมนับถืออย่างมากหลังจากที่ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น ผมพึงพอใจกับทุกเรื่อง และก็ผมต้องการที่จะอยู่ที่นี่ให้ตายที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ และเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ในอีกหลายๆปีที่จะมาถึง" ลอฟเรน กล่าว ลอฟเรน ลงเล่น 28 เกมให้กับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาล 2016-17 ซัดไป 2 ประตู โดยดาวเตะวัย 27 ปี เล่นกันได้อย่างเข้าขากับ โจเอล มาติเตียนป ซึ่งย้ายมาร่วมทีมตอนซัมเมอร์ และก็ผลงานเห็นได้ชัดเมื่อแพ้แค่ 1 เกม จาก 15 แมตช์ในช่วงเวลาที่ทั้งสองคนได้เล่นด้วยกัน และก็ช่วยให้ทีมยังมีลุ้นติดอันดับท็อปโฟร์ "ผมดีอกดีใจที่จะได้เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของทีมนี้ และก็แนวทางเล่นในอนาคต พวกเราเป็นทีมที่มีลำแข้งความสามารถพิเศษมากมาย กับผู้เล่นที่สุดพิเศษอีกผู้คนจำนวนมาก และผู้จัดการทีมที่สุดยอด สมาคมนี่มันช่างแสนแปลกประหลาด และก็แฟนบอลก็พร้อมที่จะสนับสนุนพวกเราเสมอแม้ในวันที่เลวก็ตาม ซึ่งนั่นเป็นสิ่งสำคัญมากมาย แน่นอนว่าผมตื่นเต้นกับอนาคตของทีมจริงๆ" ลอฟเรน กำหนด การต่อสัญญาระยะยาวซึ่งก็ถือได้ว่า กองหลังโครแอต มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะนำความสำเร็จสู่ถิ่นแอนฟิลด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแชมป์ลีกที่ห่างหายจากอ้อมอกของพวกเขาไปเป็นเวลานานกว่า 26 ปี แล้ว "ใช่ พวกเราไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อแค่ลงเล่น และก็อยู่แค่กึ่งกลางตาราง เพราะคุณภาพของทีม กับการมีผู้จัดการทีมชั้นเยี่ยมซึ่งคว้าแชมป์แทบทุกรายการกับ ดอร์ทมุนด์" "ในฤดูกาลหน้า พวกเราจะมานะที่จะมีลุ้นแชมป์อีกที[…]

คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ของเขาแรงจริงๆครับ  ไม่ใช่เพียงแค่ลมแรงปลิวสลัดทั้งก่อน-ระหว่าง-หลังแข่ง แม้แม้กระนั้นเหมาสรุปความหมายถึงกลุ่มกองเชียร์ส่งเสียงเชียร์แรงกระหึ่มทั่วตัวสนาม ป้ายผ้าผืนใหญ่ประกาศแรง ''CHAMPIONS OF ENGLAND'' บทเพลง ''CAMPEONES'' ช่วยสร้างแรงกระตุ้นชั้นหนึ่ง หวังให้นักฟุตบอลปลดล็อกคว้าชัยฤดูใหม่ให้ได้เสียครั้ง น่าเสียดายแทนเหล่ากองเชียร์ ''เดอะ ฟ็อกซ์ส'' ที่สุดด้านหลังแล้วทีมรักพวกเขาสำเร็จเสมอ 0-0 แม้ว่าคู่ควรจะได้รับชัยจากจุดลูกโทษตอนนาทีท้ายที่สุด เหตุเกิดเมื่อ อาเหม็ด มูซ่า ดาวยิงสำรอง ผู้ครอบครองค่าตอบแทนสถิติสโมสร ล้มลงในเขตโทษขณะโดน เอคตอร์ เบเยริน เข้าปะทะ ทว่าไม่มีลมเป่านกหวีดตอบสนองอะไรก็แล้วแต่จากท่านเปา มาร์ค แคล็ทโก้นเบิร์ก ชอตนี้มันแจ่มชัดยิ่งกว่าครึ่งเวลาแรกที่ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ โดนสอยล้มซะอีก เพราะเหตุว่าภาพรีเพลย์นั้นชี้ว่า โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ โดนบอลก่อน ไม่ถูกกับจังหวะปัญหาข้างต้น ให้ก็ได้ไม่น่าเกลียดชังแต่อย่างใด กระนั้น เคลาดิโอ รานิเอรี่ ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียน ไม่ได้กังวลใจในประเด็นนั้น บอกเพียงแค่ว่าถ้าผู้ตัดสินไม่ให้ก็คือไม่ได้ ขอเลือกสรรเสริญผลงานในสนามที่มีความเจริญดีมากยิ่งกว่าแมตช์เปิดม่านที่ปราชัย แม้ได้เพียงแค่แต้มเดียวในบ้าน แม้กระนั้นโดยรวมแล้วโอเค ในแง่ครองบอลเป็นรองทีมเยี่ยม อีกประเด็นเก็บตกบทสัมภาษณ์ที่ถามกันมากมาย คืออาการของ น็องปาลีส เมนดี้ มิดฟิลด์คนใหม่ที่ข้อเท้ากลับผิดจังหวะขณะเข้าพบบอลจนกระทั่งจะต้องออกไปดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้น กลับลงมาใหม่ก็สู้ต่อไม่ไหว โดนแปลงออกพร้อมเสียงปรบมืออื้ออึงระหว่างถูกพยุงลงอุโมงค์ห้องแต่งตัว รานิเอรี่บอกเพียงแค่ว่ากองกลางเลือดน้ำหอมถูกบล็อกข้อเท้าเอาไว้อยู่ จะต้องคอยเช็กผลสแกนอีกทีภายในช่วงระยะเวลาสัปดาห์ด้านหน้า แม้กระนั้นถ้าถามความคิดเห็นจากผม บอกได้เลยว่าถ้าหายกลับมาอย่าเอาพอดีจริงดีมากยิ่งกว่า เมนดี้ย้ายมาพร้อมนามสมมุติ ''คนทรงเอ็นโกโล่ ก็องเต้'' (นิยามโดย ''เจ.บาร์ท'' ผู้เชี่ยยวชาญลีก เอิง ประจำแท็บลอยด์ ''สปอร์ตแมน'') แม้กระนั้นเอาเข้าจริงไม่ได้ใกล้เคียงเลยสักกระผีกเดียว ไม่ว่าหัวข้อการเข้าปะทะหรือไปกับลูกบอล คล้ายคลึงกันเพียงแค่ส่วนสูง แถมเพิ่มเติมอีกน้ำหนักมาในทรงตุ้ยนุ้ยน่าเอ็นดู ''จะเอาอะไรไปวิ่งทันวะ?'' นายซันเดย์ คนข่าวสารพี่เลี้ยงร่วมรุ่นยังเสนอความเห็นแบบงั้นระหว่างแลกความคิดเห็นกันในเกม (ฮ่า) อย่างที่ผมย้ำแล้วย้ำอีก การขาดหายไปของก็องเต้ ทิ้งรอยต่อขนาดใหญ่ไว้กับทีมหมาจิ้งจอก ก่อให้เกิดผลกระทบชิ่งไปแทบทุกจุดบนพื้นสนาม แผงหลังไม่มีตัวสกรีนชั้นดีเลิศ ยังดีที่นัดนี้ได้ โรเบิร์ต ฮูธ พ้นโทษแบนและก็ยังคงเข้ากันรู้ใจกับ เวส มอร์แกน แนวรุกก็ขาดตัวจ่ายฉมังจะต้องลงมาล้วงบอลเอง กว่าจะตีรถขึ้นหน้าก็โดนตั้งด่านคอยเข้าให้แล้ว นั่นเลยช่วยตอบปัญหาว่าเหตุไรทั้ง ดริงค์วอเตอร์, มาร์ค อัลไบรท์ตัน หรือกระทั่ง 2 ฟูลแบ็กอปิ้ง แดนนี่ ซิมพ์สัน หรือ คริสเตียน ฟุคส์ ถึงได้ถูกลักพาฟอร์มดีๆเมื่อซีซั่นก่อนไปไวอย่างยิ่ง เจมี่ วาร์ดี้ และก็ ริยาด ภูตผีปีศาจเรซ ก็เช่นเดียวกัน ดูโอตัวเอกเลสเตอร์แทบๆจะได้ย้ายไปสวมเสื้อปืนใหญ่ในตอนซัมเมอร์นี้ แม้กระนั้นท้ายที่สุดก็เลือกฝากอนาคตต่อสัญญาฉบับใหม่ ไม่ว่าแฟนบอลหรือเจ้าตัวเองย่อมหมายมั่นปั้นมือจะส่องตาข่ายทีมที่เคยกลายเป็นข่าวสารเพื่อปลอบขวัญกำลังใจ แม้กระนั้นก็ราวกับที่มองเห็นกัน ทั้งคู่มองขาดความมั่นใจในเวลาเข้าทำ ล่วงเลยไป 2 แมตช์[…]

คงทราบกันเป็นระเบียบแล้วว่า จอห์น เทอร์ปรี่ จะแปลงเป็น ''อดีตกาล'' สำหรับสมาพันธ์เชลซีตั้งแต่แมื่อเริ่มต้นฤดู 2017-18 เป็นต้นไป กระนั้นปริศนาที่ตามมาคือ (ว่าที่) อดีตกาลกัปตันสิงโตสีน้ำเงินครามจะย้ายไปไหนดีล่ะ? ความจริง "เจครั้ง" คงจะอำลารั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ ไปตั้งแต่ตอนสิ้นสุดซีซั่นที่แล้ว ก่อนได้ยืดอายุใช้งานเพิ่มเติมอีกปีโดยนายใหม่อย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ ที่สุดทุกๆอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่คาดเอาไว้ เทอร์ปรี่ ได้ลงสนามเพียงแค่ 5 นัดหมายแค่นั้นในพรีเมียร์ลีกฤดูเดี๋ยวนี้ รวมทั้งเมื่อยังเหลือความอยากอยากในวัย 36 ก็ต้องหาที่ลงกับสังกัดเดิมใหม่ อ็อปชั่นที่ดูเข้าท่าเหมือนจะมีอยู่ 6 ทางร่วมกัน "ไชนีส ซูเปอร์ลีก" แปลงเป็นชื่อแรกๆที่ติดหัวติดตาคอบอลทุกคนไปโดยปริยายเมื่อมีข่าวคราวย้ายขึ้นตรงต่อ เทอร์ปรี่ ก็ด้วยเหมือนกัน ทางการเมืองจีนมานะพยายามทุกวิธีการเพื่อสร้างตัวเป็นขั้วอำนาจลูกหนัง เกมกีฬาเดียวก็ว่าถึงที่เหมาะพวกเขายังอ่อนด้อยในเวทีระดับโลก ด้วยเหตุนี้จำนวนเงินมากมายจึงหลั่งไหลอยู่ในลีกพวกเขา ไม่ใช่เพียงแค่ดึงนักเตะบันปลายอาชีพมาเรียกกระแส ถ้าแต่ยังสามารถดึงตัวท็อปในช่วงวัยพีคๆมาได้หลายต่อหลายรายแล้ว คาร์ลอส เตเวซ, เอเซเกล ลาเวซซี่, ฮัล์ค คือตัวอย่างเรียกน้ำย่อย แต่ละคนฟันค่าแรงติดอันดับต้นๆและไม่ต้องสงสัยว่าอดีตกาลเซนเตอร์แบ็กทีมชาติอังกฤษก็มีสิทธิ์สะกดรอย ที่ผ่านมาบรรดาทีมเงินถังแดนมังกรเน้นย้ำเซ็นสัญญาเสริมกองทัพไปกับผู้เล่นตัวรุกหรือกองกลาง การมาของ เทอร์ปรี่ จึงถือว่าเปิดตลาดใหม่ให้กองหลังบิ๊กเนมย้ายผ่านทวีปตามมา เหนือสิ่งอื่นใด สมาพันธ์ไหนได้ลายเซ็นเจครั้งไปก็ตระเตรียมคอยรับรายได้เพิ่มทั้งจากการขายเสื้อ, ประชาสัมพันธ์ รวมทั้งช่องทางลงทุนต่างๆอีกมากมายด้วย! ทีมที่เข้าข่ายน่าสนใจสุดคงต้องเป็น เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ภายใต้บังเหียนของ อันเดร วิลลาช-โบอาช อดีตกาลนายจ้าง รวมทั้งมี ออสการ์ เพื่อนร่วมทีมเก่าขึ้นตรงต่ออยู่ก่อนอีกต่างหาก อย่างไรก็ดี มันมีข้อขัดข้องอยู่ตรงกฎของซูเปอร์ลีกบังคับให้ใช้งานนักเตะฝรั่งได้เพียงแค่ 3 คนในแต่ละแมตช์ (เป็นเหตุผลที่ซื้อกันแต่มิดฟิลด์-กองหน้า) เลยจำต้องรับประกันให้ได้ว่าย้ายไปแล้วการันตีตัวจริง ผ่านน้ำผ่านสมุทรไปยังอีกซีกโลกมี "เมเจอร์ลีก" รออยู่ในนามแลนด์มาร์กยอดฮิตสำหรับหน้าแข้งสูงอายุแดนผู้ดี เดวิด เบ็คหมูแฮม คือผู้นำเทรนด์ ย้ายจากเรอัล มาดริดมาเข้ากลุ่มแอลเอ แกแล็กซี่ เมื่อทศวรรษที่แล้ว ตามสมทบด้วย สตีเว่น พบร์ราร์ด รวมทั้ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซึ่งต่างก็เพิ่งทยอยกันแขวนสตั๊ด ลีกมะกันตอบปัญหาค่าแรงของ เจครั้ง ได้ไม่มีปัญหา ตามกฎ "ดีซิกข์เนเต็ด เพลเยอร์" อนุญาตให้มีนักเตะค่าแรงเกินเพดานทีมละ 2 คน ไหนจะประเด็นไลฟ์สไตล์ สีสันนอกสนาม เทียบมุมไหนดีแล้วกว่าไปเมืองจีน ในตอนนี้ มีอยู่ 3 ทีมที่เหลือช่องว่างรองรับ ดังเช่นว่า โคโลราโด ราปิดส์, ฮุสตัน ไดนาโม รวมทั้ง ฟิลาเดลเฟีย ยูเนี่ยน ก็เป็นได้เช่นกันที่จะย้ายมาขุดทองคำสะกดรอยอดีตกาลเพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษ ก่อนประกาศแขวนเกือกในอนาตอันใกล้ ครั้งคราว "เซเรีย อา" ก็นับเป็นจุดมุ่งหมายที่น่าสนใจพอได้ ตามทรงบอลซึ่งว่ากันว่า "ช้า"[…]

ถึงนาต่อนี้ไป ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งนั้น 26 ประตู จากการลงเล่นทั้งผอง 41 นัดหมายในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นการถล่มตาข่ายในพรีเมียร์ลีก 15 ประตู อืมมมมม…ทำลายตาข่ายเสียจนกระทั่งหมดสิ้นขนาดนี้ ถือว่าเยอะแยะสำหรับกองหน้าที่แก่ 35 ขวบเข้าให้แล้ว ก่อนเปิดฤดู ดาวยิงวัยชราผู้นี้ถูกสบประมาทจากนักวิจารณ์ลูกหนังระดับโปรไลเซ่นว่าจะเจอกับความลำบากที่สุดในอาชีพการค้าแข้ง เพราะที่นี่เป็นพรีเมียร์ลีก – สนามรบแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วและก็หนักหน่วงบนอัตราความฮาร์ดคอร์มากที่สุดในเมืองมนุษย์ ปัจจุบันนี้ผู้ใดก็ช่างที่เคยกล่าวหาเขาเอาไว้ดูเหมือนกับว่าโดนสตั๊ดของ "อิบรา" ยัดปากไปเป็นที่เป็นระเบียบ ต่อนี้ไปทดลองคิดเล่นๆ(ย้ำว่าคิดเล่นๆครับ) โดยเอาผลจากการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูนี้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำประตูหลักๆมาหักปริมาณประตูที่เขายิงได้ในแมตช์นั้นออกไป ทำนองว่าถ้าหาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ยิงประตูสำคัญในเกมที่เขายิงได้ ผลจากการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาเป็นยังไงนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเสมอ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) เสมอ สวอนซี 1-1 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1) แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (ยิง 1 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1) เสมอ เวสต์บรอมฯ 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เห็นไหมครับผมว่าถ้าหากพี่แกไม่ยิงหรือยิงมิได้ คะแนนของทีมสีแดงที่แมนเชสเตอร์จะหายวับไปกับตาถึง 10 แต้มเลยทีเดียว! ส่วนนัดหมายชิง อีเอฟแอล คัพ ที่อดีตดาวยิงทีมชาติสวีเดนทำคนเดียว 2 ดอก แม้กระนั้นถ้าหากพี่แกยิงมิได้ แมนฯ ยูไนเต้ด ก็จะแพ้ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 1-2 และก็ชวดแชมป์ไปเลยนี่เป็นความสำคัญของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เขาเป็นผู้เล่นประเภทห้ามป่วยไข้[…]

เหตุการณ์ของลิเวอร์พูลขณะนั้น หากเป็นคนไข้ติดเตียง อาการมีแต่ทรงกับทรุด แพ้คาบ้านสองนัดติดต่อกัน ทั้งที่ก่อนโดนสวอนซีบุกคลำคมเมื่อวันเสาร์ หงส์แดงพราวด์ลี่ พรีเซนต์ ยินดีเสนอผลงานไม่มีปราชัยในแอนฟิลด์ ยาวนานข้ามปี ข้อเท็จจริงวันนี้ไม่ตั้งใจเขียนถึงความพ่ายแพ้ที่จบทางไปเวมบลีย์ เพราะไม่มีอะไรแปลกใหม่ จากที่เพิ่งแพ้ในดาร์บี้แมตช์ของศึก "หงส์สองตัวอยู่สระเดียวกันมิได้" แต่หัวข้อที่ว่ามันเกิดอะไรสังกัดลิเวอร์พูล จากชัยเพียงแค่ครั้งเดียวใน 7 เกมทุกรายการ ตั้งแต่แมื่อออกสตาร์ตศักราชใหม่ แถมเป็นการชนะหืดจับเหนือกลุ่มต่ำดิวิชั่นกว่าจมหูอย่างพลีมัธ ผมมีความคิดว่าทุกคนคงจะเพียงพอมีคำตอบอยู่บ้างแล้ว สำคัญกว่านั้นเป็นการระดมสมองหาทางออก เพราะในเมื่อเหตุการณ์ทรามมาถึงจุดนี้ เจอร คล็อปป์ ควรถึงเวลาลงมือทำอะไรหรือยัง เพื่อเปลี่ยนแปลง แล้วก็ฉุดกลุ่มให้กลับขึ้นมาผงาดอีกทีผมสะสมมาเป็นข้อๆเท่าที่เพียงพอนึกได้ในห้วงยังเซ็งเป็ด เอ๊ย เซ็งหงส์ 1. ฉีกแบบการเล่นทั้งระบบ สไตล์ แล้วก็ขั้นตอนการให้ไม่เหมือนกับแพทเทิร์นเดิมๆบ่อยๆขณะที่ยังมี ซาดิโอ มาเน่ ในสนาม เพราะจนถึงเวลานี้ ผลงานชนะพลีมัธ เพียงแค่กลุ่มเดียวจาก 7 นัดหมาย แล้วก็จำเป็นต้องใช้ช่องทางถึง 180 นาที เพื่อคว่ำกลุ่มระดับลีก ทู นี้ได้ สะท้อนแจ้งชัดว่าการขาดมาเน่ ทิ้งปัญหาใหญ่ขนาดเท่าหลุมจากระเบิดปรมาณูเจอร คล็อปป์ รู้นานแล้วว่าเขาไม่มีผู้แทนมาเน่ แบบ like for like หรือมีสไตล์คล้ายกัน ไม่ถึงขั้นว่าจำเป็นต้องเหมือน มาเน่ทำให้เกมบุกของลิเวอร์พูล ภายใต้หมาก 4-3-3 จุดติดมาทั้งครึ่งฤดูกาลแรก จากการเป็นตัวรุกริมเส้นที่ถ่างตัวเกาะติดออกจากตำแหน่ง แล้วก็เปิดทางให้ตัวใส่อย่าง อดัม ลัลลาน่า หรือ เนธาเนียล ไคลน์ ทะลุขึ้นมาปฏิบัติการจะพิจารณาได้ว่าตั้งแต่มาเน่ไม่อยู่ ลิเวอร์พูลไม่สามารทำลายโซนรับคู่แข่งให้ฉีกจนขาด หรือแตกออกมาได้เลยพร้อมเพียงกันเป็นฟอร์มของลัลลาน่า รวมทั้งไคลน์ พากันหายเข้าก้อนเมฆไปด้วยเมื่อกลางอาทิตย์กับนักบุญ คล็อปป์ยังดื้อรั้นยึดระบบนี้ แม้จะถอยลัลลาน่าลงมายืนในไลน์ของมิดฟิลด์ แล้วก็ขยับ โรกางร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไปแทนตำแหน่งของมาเน่ โดยมี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นกองหน้าตัวเป้า แต่ตลอด 45 นาตอนแรก เกมของลิเวอร์พูลยังมืดบอด ไม่มีวี่แววจะเอาชนะแนวรับของเซาธ์หมูแฮมป์ตัน ที่มิได้ใช้คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักจากตอนต้นฤดูกาล อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โชเซ่ ฟอนเต้ ด้วย เพราะการแก้แบบหนึ่งมักส่งผลให้เกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หลายๆจังหวะปรากฏว่าฟีร์มีโน่หุบมาทับไลน์เดียวกับสเตอร์ริดจ์ ส่วนการขึ้นเกมด้านขวายังบอดดังเดิม มิหนำซ้ำแบ็กขวายังเป็นดาวรุ่งอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่แม้เล่นเจริญระดับหนึ่ง แต่เขาควรแบกความคาดหมายในระดับไหน เป็นอีกกรณี จนถึงครึ่งหลัง คล็อปป์ขยับตำแหน่งการยืนเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ ฟีร์มีโน่กับสเตอร์ริดจ์เป็นคู่กองหน้า คูตินโญ่เป็นหัวเพชร ถึงสามารถสร้างช่องทางได้เยอะขึ้น แล้วก็ควรมองเห็นสกอร์อย่างต่ำๆ1-2 ประตู เป็นอีกทีต่อจากนัดหมายแพ้สวอนซีเมื่อสุดสัปดาห์ ที่คล็อปป์เลือกออกสตาร์ตด้วยแผน 4-3-3 แล้วก็เมื่อไม่ได้เรื่องถึงค่อยคิดเปลี่ยนแปลง[…]

แล้วสิ่งที่ชาวหงส์หวาดสะดุ้งก็ยังคงเกาะกัดความรู้สึก ทีมที่ได้ชื่อว่าเป็น ''แชมเปี้ยน'' ในกลุ่มท็อปเซเว่นโดยไม่เคยแพ้เลย ก็ยังมักต้องตกอยู่ใต้เครื่องหมายคำถามว่าเพราะเหตุไรถึงเร่งสปีดไม่ขึ้นประจำยามปะทะทีมกลุ่มด้านล่างของตาราง มันไม่ใช่ครั้งแรก ครั้งสอง ครั้งสาม แต่ว่ามันหลายครั้งมากๆมีเสียงโห่เล็กๆถึง จอร์แดน ไอบ์ (What?) มีเสียงสรรเสริญถึง ดิว็อค โอริกี้ โดยพลันที่พุ่งชนจ่อๆให้ลิเวอร์พูลแซงนำ มีเสียงบ่นหนักแน่นถึงแท็กติกของ พบร คล็อปป์ อีกครั้ง ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเหตุผลสำคัญเลยที่ทำให้เกมจบด้วยการเสมอ โยนความมีชัยทิ้งที่แอนฟิลด์ ''คูติเตียนนโญ่ป่วยไข้ตอนพักครึ่ง ผมเลยต้องเปลี่ยนแปลงออก มันเกิดเรื่องที่จำเป็นต้องทำ'' ชายผู้สวมแว่นสายตาทรงกลมตอบเรื่องที่น่าสงสัย แต่กระนั้นก็ยังมีคนไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุไรต้อง โฌแอล มาติเตียนป เพราะเหตุไรต้องปรับมาตึงเกมรับด้วยสามเซนเตอร์ฮาล์ฟ เพราะเหตุไรไม่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ เบน วู้ดเบิร์น หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ นี่บอร์นมัธ ไม่ใช่บาร์เซโลน่า… ''โอเค ผมเพียงแค่เห็นว่าบอร์นมัธมีกองหน้าสองคนที่มีความเร็ว ตอนที่ แดเนียล (สเตอร์ริดจ์) เพิ่งหายมาอาจจะยังไม่เหมาะกับเกมประเภทนี้ ผมเลยเลือกแท็กติกอย่างงั้น'' ฟังแล้ว ตกผลึกแบบเดียวกันมั้ย 1. การที่เปลี่ยนแปลงมาใช้ข้างหลังสามด้วยการถอดนักเตะที่ฝากความหวังได้มากสุดออกตั้งแต่นาที 65 ซึ่งเวลาที่เหลือขนาดนั้นอย่างไรก็นำพาการเสี่ยงที่จะเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่งเมื่อใคร่ครวญจากความเหนียวแน่นของเกมรับลิเวอร์พูลก่อนหน้าที่ผ่านมา 2. ถ้าเกิดสเตอร์ริดจ์ไม่เหมาะกับ ''เกมแบบนี้'' ก็ไม่สมควรใส่ชื่อเอาไว้ด้วยทุกประการ เพราะเหตุว่ามันราวกับทำข้อสอบแล้วจำไม่ได้ก็วงเดามั่วๆไป 3. ตอนที่โดน 2-2 ถึงท้ายเกมแต่ทว่าเวลาก็ยังพอเพียงคงเหลือรวมทดเจ็บก็อย่างน้อย 7 นาที เพราะเหตุไรครับผม เขาถึงอาจจะนิ่งที่จะปรับแต่งสถานการณ์ มีสิ่งใดดลใจให้มั่นใจว่าผู้เล่นที่อยู่ในสนามจะสามารถพังประตูที่สามได้ ซีซั่นนี้นอกเหนือจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแล้ว สังเวียนของทีมท็อปเซเว่นก็ล้วนทำให้กองเชียร์บอร์นมัธเดินทางกลับไปอยู่ที่บ้านที่แดนใต้ด้วยความชอกช้ำระกำใจมาตลอด แพ้ 4-0 ที่เอติเตียนฮัด, 3-1 ที่เอมิเรตส์, 3-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และ 6-3 ที่เราดิสัน พาร์ค ฉะนั้นแล้วด้วยประการทั้งปวง ลิเวอร์พูลควรเก็บสามแต้มให้ได้กับ ''เกมแบบนี้'' การบาดเจ็บของ ซาดิโอ มาเน่ มีผลเสียแน่นอนฤดูนี้พวกเขาไม่เคยกำชัยได้เลยยามไม่มีสตาร์คนเก่งทีมชาติเซเนกัล (เสมอ 2 แพ้ 2) แต่กระนั้นด้วยทรงของเกมอย่างคืนวันพุธ ด้วยความที่ครึ่งหลังลงมาเร่งเครื่องจนกระทั่งบดออกนำไปเป็นระเบียบ ถ้าเกิดรักษาสกอร์มิได้ ก็ต้องกระหน่ำเพิ่ม แต่ทว่าชมรมสีแดงแห่งเมอร์ซี่ย์ไซด์ทำมิได้สักอย่าง อีกอย่างหนึ่งการสันนิษฐานว่าทีมของคล็อปป์มักแพ้ทางพวกมาอุด แต่ว่านี่ไม่ใช่ บอร์นมัธภายใต้ผู้ฝึกสอนวัยรุ่น เอ็ดดี้ อาว มาแอนฟิลด์ด้วยการวางระบบ 4-4-2 มี โจชัว คิง กับ เบนิค อโฟเบ้ ยืนหัวหอก พวกเขาบากบั่นเซตเกมรุกบนพื้นสู้ แม้อาจมีบ้างที่รอคอยคว้าข้อผิดพลาดเข้าจู่โจมดั่งดังเช่นว่าลูกแรกที่ทำได้ นี่ก็ไม่ใช่หนแรกที่เกิดอะไรแบบนี้ วันเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 ที่สเตเดี้ยม[…]

''ในช่วงเวลานี้ ผมได้รับมอบหมายให้เล่นเกมรับมากยิ่งกว่าเดิม ผมจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างในช่วงเวลาที่กลุ่มแทงอล แล้วก็แย่งมันคืนมาให้ได้ งานของผมเป็นการจัดการดินแดนกลางให้นิ่ง ผมพร้อมปรับพฤติกรรมไปตามคำสั่งของผู้เป็นเจ้านาย แต่ว่าผมก็สามารถเล่นเกมรุกได้เช่นเดียวกัน'' นี่เป็นคำพูดกล่าวให้การของ อันเดร์ เอรร่า อันบ่งบอกถึงหน้าที่แล้วก็หน้าที่ของเขาเดี๋ยวนี้โน่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ แถมเป็นมิดฟิลด์ตัวรับประเภทมือใหม่ฝึกหัดทำลายเกมคู่ต่อสู้อีกต่างหาก แต่ว่าสถิติในการล้มล้างกลับเหนือกว่าผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้อย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เสียอีกครับ ไม่ว่าจะเป็นการแย่งบอล การตัดบอล หรือการเข้าปะทะ คิดรวมทั้งแปลกๆอยู่เช่นเดียวกัน เพราะไม่มีวี่แววว่านักเตะวัย 27 ผู้นี้จะตั้งตัวเองเองเป็นมิดฟิลด์ตัวรับลำดับแรกๆของพรีเมียร์ลีกก่อนที่จะขายวิญญาณให้ปีศาจร้ายแดง อันเดร์ เอรร่า ไม่ใช่ผู้เล่นที่โด่งดังดังอะไรจำนวนมาก ตอนเป็นเลิศในขุนศึกของ แอตเลว่ากล่าวก ใบเสร็จรับเงินค่อย ชุดที่บุกมากำราบ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในศึก ยูโรปา ลีก เมื่อฤดู 2011-12 ก็เกือบจะไม่มีผู้ใดรู้จักนักเตะผู้นี้สักเท่าไหร่ เพื่อนร่วมกลุ่มของเขาเสียอีกอย่าง ฆาบี มาร์ว่ากล่าวเนซ หรือ อีเคร์ มูเนียอิน ที่อยู่ในความสนใจจากประชาชนมากยิ่งกว่าแต่ รู้เรื่องว่า แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะแอบจับตามองผู้เล่นคนนี้มาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว สิงหาคม 2013 หลังจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถูกแทนที่ด้วย เดวิด มอยส์ ได้ไม่นานเดือน – แมนฯ ยูไนเต็ด ติดต่อขอซื้อนักเตะชาวบาสก์โดยกำเนิดผู้นี้พร้อมข้อเสนอ 24 ล้านปอนด์แอต.มาดริด ยักไหล่ใส่โดยพลันพลางบอกว่า…น้อยไป เดือนมิถุนายน 2014 แมนฯ ยูไนเต็ด กลับไปที่ ใบเสร็จรับเงินค่อย อีกทีพร้อมค่าเสียหายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่อรองกันอยู่นาน ก่อนที่จะตกลงกันถึงที่เหมาะราคาราว 29 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่ามิใช่ค่อยเลยทีเดียว รับตามจริงว่าตอนเลื้อยตูดมา แมนฯ ยูไนเต็ด ใหม่ๆผมไม่ทราบจะนักเตะผู้นี้มาก่อน ไม่เคยดู ไม่เคยได้เห็น ไม่เคยพอใจ สงสัยเป็นเพราะผมดูบอล ลา ลีกา ของ ประเทศสเปน ปีละแค่ 2 นัดหมายหมายถึงเอล กราสิโก้เก๋ ที่บ้านของ บาร์ซ่า กับ เอล กราสิโก้เก๋ ที่บ้านของ มาดริด 555 เมื่อไต่ถามข้อมูลที่ได้รับมาจากผู้สื่อข่าวสายวัวกระทิงดุประจำศูนย์บัญชาการซอคเก้อร์ก็ได้ความแบบพอสังเขบว่า อันเดร์ เอรร่า เล่นในตำแหน่ง "มิดฟิลด์ตัวกลาง" โดยจัดอยู่ในประเภท "บ๊อกซ์ ทู บ๊อกซ์" เป็นวิ่งขึ้น-วิ่งลง ไม่ชัดเจนว่าเป็นตัวรุกหรือตัวรับ ประมาณว่ารอเชื่อมเกมด้วยความขยัน ทุ่มเท มีวินัย แล้วก็ใฝ่ความดีงาม[…]

น้ามู ผู้จัดการทีมฝีปากกล้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาดว่าเขาจะหมดสิทธิ์ใช้งานเฮนริค มคิทาร์ยาน กับ ไมเคิล คาร์ริค ในเกมนัดชิงอีเอฟแอล คัพ กับ เซาแธมป์ตัน ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บในเกมเยือน แซงต์-เอเตียน ในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา   เฮนริค มคิทาร์ยาน และ ไมเคิล คาร์ริค ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ระหว่างเกมการลงเล่นก่อนสุดท้ายจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ แซงต์-เอเตียน ผลปรากฏว่า ผีบุกไปชนะด้วยแต้ม 1-0 ผลสกอร์ร่วม 4-0 ผ่านเข้ารอบต่อไป   ''ผมไม่ได้ยืนยันนะ แต่ผมคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะไหว''

  โจเซ่ มูรินโญ่ โค้ชฝีปากกล้าของ แมนยู ออกมาให้กําลัง เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือของเลสเตอร์ ที่เพิ่งโดนปลดไป เลสเตอร์ เพิ่งประกาศปลดเคลาดิโอ รานิเอรี่ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมเมื่อคืนที่ผ่านมา โดย  มูรินโญ่ ได้โพสต์ให้กําลังใจ รานิเอรี่ เมื่อทราบข่าวว่าเขาโดนปลด ''ไม่มีใครลบประวัติศาสตร์ที่นายเขียนขึ้นมาได้ แชมป์พรีเมียร์ และ ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า''

เวย์น รูนีย์ กัปตันของทีมแมนยู หายจากอาการบาดเจ็บลงฝึกซ้อมได้อีกครั้ง ก่อนจะบุกเยือน แซงต์ เอเตียนในศึกยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีม นัดสอง  น้ามู กุนซือของทีมเผยก่อนหน้านี้ ว่าเขาไม่แน่ใจว่า ศูนย์หน้าวัย 31 ปี จะกลับมาฟิตทันนัดชิงชนะเลิศของถ้วยอีเอฟแอล คัพ หรือไม่ หลังจากที่นักเตะได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งของแมนยู ที่ล่าสุด ศูนย์หน้า ทีมชาติอังกฤษ หายจากอาการบาดเจ็บสามารถลงซ้อมได้แล้ว ซึ่งอาจมีชื่อเป็นผู้เล่นในเกมยุโรปวันพฤหัสบดีนี้